เปิดบิลฟุตบอลแล้วเห็น ราคาบอล 0 แต่หลังจบเกมด้วยผลเสมอ เงินเดิมพันกลับมาเท่าเดิม หลายคนจึงสงสัยว่าระบบตัดสินอย่างไร และเหตุใดผลเสมอจึงไม่ถือว่าแพ้เดิมพัน คำตอบคือ ราคาบอล 0 เป็นตลาดเอเชียนแฮนดิแคป (Asian Handicap) ที่ไม่มีการเพิ่มหรือลดประตูให้ฝ่ายใด หากทีมที่เลือกชนะ เดิมพันชนะ หากแพ้ เดิมพันแพ้ แต่ถ้าการแข่งขันจบเสมอ เงินเดิมพันจะถูกคืน ตามหลักของ Handicap 0 หรือที่บางแห่งเรียกว่า Draw No Bet[1]
หากต้องการดูภาพรวมของเส้นแต้มต่อ สามารถอ่าน ราคาฟุตบอล ก่อน แล้วใช้หน้านี้เจาะเฉพาะความหมายของเลข 0 วิธีตัดสินผล และตัวอย่างการคืนเงินเมื่อการแข่งขันเสมอ
คำตอบสั้น ราคาบอล 0 ตัดสินอย่างไร?
เส้น 0 มีผลเดิมพันหลัก 3 แบบ
|
ผลของทีมที่เลือก |
ผลเดิมพัน |
| ทีมที่เลือกชนะ |
ชนะเดิมพัน |
|
แข่งขันเสมอ |
คืนเงินเดิมพัน |
|
ทีมที่เลือกแพ้ |
แพ้เดิมพัน |
จุดสำคัญคือ เมื่อเสมอจะไม่มีทั้งกำไรและขาดทุนจากรายการนั้น โดยเงินที่ได้รับกลับคือเงินเดิมพันเดิม ไม่ใช่ยอดรับแบบกรณีชนะ
ตัวอย่างเช่น เลือกทีม A ที่ราคา 0 หากจบเกม 1-1 จะได้รับเงินเดิมพันคืนเต็มจำนวน แต่หากทีม A ชนะ 1-0 จะถือว่าชนะเดิมพันโดยไม่จำเป็นต้องชนะห่างมากกว่าหนึ่งประตู
ราคาบอล 0 ใช้ตัดสินผลอย่างไร
เมื่อเห็นเส้น 0 สิ่งสำคัญไม่ใช่การหาว่าทีมใดต้องต่อกี่ประตู แต่ให้ดูว่า ทีมที่เลือกชนะ เสมอ หรือแพ้ ภายในช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด
Smarkets อธิบายว่าเอเชียนแฮนดิแคประดับ 0 ให้ทั้งสองทีมเริ่มต้นที่ 0 ประตู หากทีมที่เลือกชนะ เดิมพันจะชนะ หากแพ้ เดิมพันจะแพ้ และหากการแข่งขันจบเสมอ เงินเดิมพันจะได้รับคืน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับตลาด Draw No Bet[1]
ดังนั้น เวลาตรวจบิลควรแยกข้อมูลเป็น 2 ส่วน
- เส้นแต้มต่อ 0 — ใช้กำหนดวิธีตัดสินผลเดิมพัน
- ค่าน้ำหรืออัตราจ่าย — ใช้คำนวณยอดรับเมื่อเดิมพันชนะ
เลข 0 จึงไม่ได้หมายความว่าเดิมพันไม่มีเงื่อนไข แต่หมายถึงไม่มีการเพิ่มหรือลดประตูให้ฝ่ายใดก่อนนำผลการแข่งขันมาตัดสิน
Pinnacle อธิบายรูปแบบ Draw No Bet ซึ่งสามารถแสดงในรูปแฮนดิแคป 0 (Handicap 0) และหากการแข่งขันจบเสมอ เงินเดิมพันจะถูกคืน[2]
เส้น 0 ต่างจากเส้นแต้มต่ออื่นอย่างไร?
ความแตกต่างของเส้น 0 คือไม่ต้องนำแต้มต่อมาปรับผลต่างประตูก่อนตัดสินเดิมพัน
ตัวอย่างเช่น ทีม A ชนะทีม B ด้วยสกอร์ 1-0 หากเลือกทีม A ที่แฮนดิแคป 0 จะชนะเดิมพันทันที เพราะทีม A ชนะการแข่งขันจริง
แต่ถ้าทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 หรือ 1-1 ผลเดิมพันจะเป็นการคืนเงิน ไม่ใช่การชนะหรือแพ้เต็มจำนวน
จึงควรจำว่า เลข 0 เป็นเงื่อนไขการตัดสินผล ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้บอกอัตราจ่ายหรือความน่าจะเป็นที่ทีมจะชนะ
ตัวอย่างการตัดสินเส้น 0 จากผลการแข่งขัน

สมมติคู่ระหว่าง ทีม A พบ ทีม B และในบิลเลือกทีม A ที่เส้น 0
การตัดสินไม่ต้องคำนวณประตูแต้มต่อเพิ่มเติม เพราะไม่มีการบวกหรือลบประตูให้ฝ่ายใด เพียงดูผลการแข่งขันของทีม A ว่าชนะ เสมอ หรือแพ้
ตัวอย่างผลการแข่งขัน 3 สถานการณ์
- ทีม A ชนะ 2-1 → ชนะเดิมพัน
- ทีม A เสมอทีม B 1-1 → คืนเงิน
- ทีม A แพ้ 0-1 → แพ้เดิมพัน
แม้สกอร์จะเปลี่ยนไป หลักการยังเหมือนเดิม คือดูว่า ทีมที่เลือกชนะ เสมอ หรือแพ้
หากทีม A ชนะ 3-2 หรือ 4-0 ก็ถือว่าชนะเดิมพันเหมือนกัน เพราะราคา 0 ไม่ได้กำหนดว่าต้องชนะห่างกี่ประตู
ตัวอย่างคู่แข่งขันจริงกับการตัดสินราคาบอล 0
ใช้ผลการแข่งขันฟุตบอลจริงที่ตรวจสอบได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าราคาแฮนดิแคป 0 ตัดสินผลอย่างไรในสถานการณ์ที่ทีมที่เลือกชนะ เสมอ และแพ้ โดยสมมติให้เลือกทีมใดทีมหนึ่งที่เส้น 0 แล้วนำสกอร์เต็มเวลามาพิจารณา
ควรแสดงข้อมูลในรูปแบบตารางดังนี้:
|
ข้อมูล |
คู่จริงที่ 1 | คู่จริงที่ 2 |
คู่จริงที่ 3 |
| คู่แข่งขัน | ระบุชื่อทีมจริง | ระบุชื่อทีมจริง |
ระบุชื่อทีมจริง |
|
วันที่แข่งขัน |
ระบุวันที่จริง | ระบุวันที่จริง |
ระบุวันที่จริง |
|
ผลการแข่งขัน |
ทีมที่เลือกชนะ | เสมอ |
ทีมที่เลือกแพ้ |
|
สมมติเลือกแฮนดิแคป 0 |
ทีมที่เลือก 0 | ทีมที่เลือก 0 |
ทีมที่เลือก 0 |
|
ผลเดิมพัน |
ชนะเต็ม | คืนเงินเดิมพัน |
แพ้เต็ม |
จากตัวอย่างจะเห็นว่า ราคาบอล 0 ไม่ได้พิจารณาว่าทีมที่เลือกต้องชนะห่างกี่ประตู แต่ใช้ผลชนะ เสมอ หรือแพ้ภายในช่วงเวลาที่ตลาดกำหนดเป็นเกณฑ์ตัดสิน หากทีมที่เลือกชนะจะชนะเดิมพัน หากเสมอจะได้รับเงินเดิมพันคืน และหากแพ้จะเสียเดิมพันเต็มจำนวน
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นโครงสำหรับใส่ผลการแข่งขันจริงที่ตรวจสอบได้ ยังไม่ใช่ข้อมูลการแข่งขันจริง และการสมมติราคา 0 ไม่ได้ยืนยันว่าคู่นั้นเปิดราคาดังกล่าวจริง
ราคาบอล 0 ต่างจากตลาด 1X2 อย่างไร?
ความสับสนอีกจุดเกิดจากการนำเส้น 0 ไปเทียบกับตลาด 1X2 เพราะทั้งสองตลาดตัดสิน ผลเสมอแตกต่างกัน
ตลาด 1X2 แยกตัวเลือกเป็นเจ้าบ้านชนะ เสมอ และทีมเยือนชนะ โดย X หมายถึงผลเสมอ ส่วนเส้น 0 เป็นตลาดที่เลือกฝั่งทีม และหากการแข่งขันจบเสมอ เงินเดิมพันจะถูกคืนตามเงื่อนไขของตลาด[3]
|
ประเด็น |
เส้น 0 |
ตลาด 1X2 |
|
ตัวเลือกเดิมพัน |
เลือกหนึ่งในสองทีม |
เจ้าบ้าน / เสมอ / ทีมเยือน |
|
ทีมที่เลือกชนะ |
ชนะเดิมพัน |
ชนะเดิมพันเมื่อเลือกฝั่งถูก |
|
เกมจบเสมอ |
คืนเงินเดิมพัน |
ต้องเลือก X จึงชนะ |
|
สิ่งที่ต้องตรวจ |
ทีมที่เลือก เส้น 0 และค่าน้ำ |
ตัวเลือก 1, X หรือ 2 |
จุดสำคัญคือ อย่าตัดสินจากสกอร์เสมอเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจด้วยว่าเดิมพันอยู่ในตลาดใด เพราะผล 1-1 เดียวกันอาจถูกตัดสินต่างกันระหว่างเส้น 0 กับตลาด 1X2
ตัวอย่างเช่น หากเลือกทีม A ในตลาดแฮนดิแคป 0 แล้วเกมจบ 1-1 จะได้รับเงินคืน แต่หากเลือกทีม A ชนะในตลาด 1X2 ผลเดียวกันจะทำให้เดิมพันแพ้ เพราะไม่ได้เลือกผลเสมอ X
วิธีตรวจเส้น 0 และผลเดิมพันในบิล
เมื่อต้องการตรวจว่าบิลถูกตัดสินอย่างไร ให้เริ่มจาก ประเภทตลาด ทีมที่เลือก และเส้นแต้มต่อ ก่อนดูยอดรับ เพราะจำนวนเงินที่ได้รับยังขึ้นอยู่กับค่าน้ำและเงินเดิมพัน
1. ตรวจว่าเป็นเส้น 0 จริงหรือไม่
ดูช่องแต้มต่อของรายการ หากแสดงเลข 0 หรือแฮนดิแคป 0 (Handicap 0) จึงใช้หลัก ชนะ–คืนเงิน–แพ้ ตามเงื่อนไขของเส้นนี้
Pinnacle อธิบายว่า Draw No Bet สามารถแสดงเป็น Handicap (0) ขณะที่ Smarkets อธิบายเอเชียนแฮนดิแคประดับ 0 ว่าทั้งสองทีมเริ่มต้นที่ศูนย์ประตู[1][2]
ควรตรวจชื่อประเภทตลาดควบคู่กัน เพราะเลข 0 ที่ปรากฏในส่วนอื่นของหน้าจออาจไม่ได้หมายถึงเส้นแฮนดิแคปเสมอไป
2. ตรวจว่าบิลเลือกทีมใด
การเห็นเลข 0 อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องดูว่ารายการเดิมพันอยู่ฝั่งทีมใด เพราะผลเดิมพันอิงกับผลการแข่งขันของทีมที่เลือก
ตัวอย่าง หากเลือกทีม A ที่เส้น 0 แต่ทีม B เป็นฝ่ายชนะ บิลของทีม A จะถูกตัดสินเป็นแพ้ แม้ไม่มีการบวกหรือลบประตูให้ทั้งสองฝ่าย
จึงควรอ่านชื่อทีมและฝั่งที่เลือกให้ตรงกับข้อมูลบนบิล ไม่ใช้ตำแหน่งบนหน้าจอหรือชื่อเสียงของทีมเป็นเกณฑ์ตัดสิน
3. ตรวจช่วงเวลาที่ใช้ตัดสินผล
ก่อนนำสกอร์มาตัดสิน ควรตรวจว่าบิลระบุตลาดเต็มเวลาหรือช่วงเวลาอื่น เช่น ครึ่งแรก
สำหรับตลาดเต็มเวลาในฟุตบอล โดยทั่วไปใช้ผลการแข่งขัน 90 นาทีรวมเวลาทดเจ็บ แต่ไม่รวมช่วงต่อเวลาพิเศษและการยิงจุดโทษ เว้นแต่กติกาของตลาดจะระบุไว้แตกต่างกัน
ตัวอย่าง หากทีม A เสมอ 1-1 เมื่อจบ 90 นาที แต่ชนะ 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ รายการเดิมพันแฮนดิแคป 0 แบบเต็มเวลา 90 นาทีจะพิจารณาผลเสมอ 1-1 ตามช่วงเวลาที่กำหนด
ข้อควรจำ: ต้องใช้สกอร์ของช่วงเวลาที่ระบุบนบิล ไม่ใช่เลือกสกอร์จากช่วงใดของการแข่งขันมาตัดสินเอง
4. เทียบกับผลการแข่งขัน
เมื่อยืนยันทีม เส้นแต้มต่อ และช่วงเวลาตลาดแล้ว จึงนำผลการแข่งขันมาเทียบตามหลักนี้
- ผลชนะ → ชนะเดิมพัน
- ผลเสมอ → คืนเงินเดิมพัน
- ผลแพ้ → แพ้เดิมพัน
Smarkets ระบุในกติกาฟุตบอลว่า สำหรับเอเชียนแฮนดิแคปที่ใช้เส้นจำนวนเต็ม หากผลหลังคิดแต้มต่อออกมาเสมอกัน เดิมพันจะถูกยกเลิกและคืนเงินเดิมพัน[4]
ในกรณีเส้น 0 ผลเสมอของการแข่งขันจึงทำให้ผลหลังคิดแต้มต่อยังคงเสมอกัน และเข้าหลักการคืนเงินเดิมพัน
5. แยกค่าน้ำออกจากเส้นแต้มต่อ
ค่าน้ำไม่ได้เปลี่ยนเงื่อนไขการตัดสินว่าเสมอแล้วคืนเงิน แต่ใช้กำหนดยอดรับเมื่อเดิมพันชนะ
สมมติเดิมพัน 1,000 บาท และใช้อัตราจ่ายแบบทศนิยม 1.90 ผลที่ได้จะแตกต่างกันดังนี้
- ผลชนะ → ยอดรับ 1,900 บาท รวมเงินเดิมพันเดิม
- ผลเสมอ → คืนเงินเดิมพัน 1,000 บาท
- ผลแพ้ → เสียเงินเดิมพัน 1,000 บาท และยอดรับเป็น 0 บาท
ตัวเลข 1.90 เป็นเพียง ตัวอย่างจำลองเพื่ออธิบายวิธีอ่านบิล ไม่ใช่อัตราจ่ายตายตัวหรืออัตราที่รับประกันว่าจะพบในตลาดจริง
ตัวอย่างผลเดิมพันจากเส้นราคาบอล 0

สมมติข้อมูลในบิลเป็นดังนี้
- ทีมที่เลือก: ทีม A
- เส้นแต้มต่อ: 0
- เงินเดิมพัน: 500 บาท
- อัตราจ่ายตัวอย่าง: 1.85
- ประเภทตลาด: Asian Handicap 0 แบบเต็มเวลา
กรณีที่ 1 ทีม A ชนะ 1-0
ทีม A เป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน เดิมพันจึงชนะ
ยอดรับ = 500 × 1.85 = 925 บาท
ยอดรับ 925 บาท ประกอบด้วยเงินเดิมพันเดิม 500 บาท และกำไร 425 บาท
สูตรกำไรสุทธิเมื่อชนะคือ
กำไรสุทธิ = ยอดรับรวม − เงินเดิมพัน
ดังนั้น 925 − 500 = 425 บาท
กรณีที่ 2 เสมอ 0-0
เมื่อไม่มีฝ่ายใดชนะ รายการเดิมพันเข้าเงื่อนไขคืนเงิน
ยอดคืน = 500 บาท
กรณีนี้ไม่ต้องนำเงินเดิมพันไปคูณด้วยอัตราจ่าย 1.85 เพราะผลเสมอไม่ได้ถูกตัดสินเป็นชนะ
กำไรสุทธิเท่ากับ 0 บาท และขาดทุนสุทธิเท่ากับ 0 บาท เนื่องจากได้รับเงินเดิมพันเดิมกลับครบจำนวน
กรณีที่ 3 ทีม A แพ้ 1-2
เมื่อทีม A เป็นฝ่ายแพ้ เดิมพันจึงแพ้ และเงินเดิมพัน 500 บาทไม่ได้รับคืน
ยอดรับ = 0 บาท
ผลสุทธิ = −500 บาท
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าแม้เส้น 0 จะคืนเงินเมื่อเสมอ แต่ยังมีความเสี่ยงสูญเสียเงินเดิมพันทั้งหมดหากทีมที่เลือกแพ้
ตารางเปรียบเทียบผลเดิมพันทั้ง 3 กรณี
| ผลการแข่งขัน | เงินเดิมพัน | ผลบิล | ยอดที่ได้รับ |
|
ทีม A ชนะ 1-0 |
500 บาท | ชนะ |
925 บาท |
|
เสมอ 0-0 |
500 บาท | คืนเงิน |
500 บาท |
|
ทีม A แพ้ 1-2 |
500 บาท | แพ้ |
0 บาท |
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างจำลองจากอัตราจ่าย 1.85 เพื่ออธิบายวิธีตัดสินและตรวจยอดเท่านั้น
จุดที่ทำให้เกิดความสับสนได้ง่ายคือ เกมจบเสมอแล้วเห็นเงินกลับมาเท่ากับยอดเดิมพันเดิม ซึ่งอาจถูกเข้าใจว่าเป็นยอดจากการชนะ ทั้งที่จริงเป็นการคืนเงินตามเงื่อนไขของเส้น 0
เมื่อตรวจบิลจึงไม่ควรดูยอดเงินเพียงอย่างเดียว แต่ควรไล่ตามลำดับ ตลาด → ช่วงเวลา → ทีมที่เลือก → เส้น 0 → ผลการแข่งขัน → สถานะรายการ → ยอดเงิน
ตัวเลขแต่ละจุดมีหน้าที่ต่างกัน เช่น เลข 0 ในช่องแต้มต่อใช้กำหนดเงื่อนไขการตัดสิน ส่วนค่าน้ำใช้คำนวณยอดรับเมื่อเดิมพันชนะ การแยกสองส่วนนี้ออกจากกันช่วยลดการอ่านผลผิดได้
จุดผิดพลาดและข้อจำกัดที่ควรระวัง
เข้าใจว่าเสมอเท่ากับชนะ
ราคาบอล 0 ไม่ได้ทำให้ผลเสมอกลายเป็นผลชนะ แต่หากการแข่งขันจบเสมอ เงินเดิมพันของรายการนั้นจะถูกคืนตามกติกาของตลาด
ดังนั้นคำว่า “เสมอคืนทุน” หมายถึงได้รับเงินเดิมพันเดิมกลับ ไม่ใช่ได้รับกำไรตามค่าน้ำ
ดูค่าน้ำก่อนตรวจผลเดิมพัน
การเห็นค่าน้ำ 1.90 หรือ 2.00 แล้วนำไปคำนวณยอดรับทันทีอาจทำให้เข้าใจผิด เพราะต้องตรวจให้ได้ก่อนว่ารายการเดิมพันถูกตัดสินเป็นชนะหรือไม่
ลำดับที่ควรตรวจคือ
ตลาดและช่วงเวลา → เส้น 0 → ทีมที่เลือก → ผลการแข่งขัน → ค่าน้ำ
หากผลออกมาเสมอ เงินเดิมพันจะถูกคืน จึงไม่ต้องนำค่าน้ำมาคำนวณยอดรับแบบกรณีชนะ
เข้าใจว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับประตูต่อ
สำหรับเส้น 0 ทั้งสองทีมเริ่มต้นที่ 0 ประตู จึงไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบจากการบวกหรือลบประตูก่อนตัดสินผล โดย Smarkets อธิบายตลาดระดับ 0 ว่าทั้งสองทีมเริ่มต้นด้วยศูนย์ประตู[1]
หน้าบิลของแต่ละระบบอาจแสดงชื่อทีมและรายละเอียดต่างกัน จึงควรตรวจ ทีมที่เลือก เส้นแต้มต่อ และกติกาของตลาด ก่อนสรุปผล ไม่ควรตัดสินจากตำแหน่งชื่อทีมบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว
เส้น 0 เหมือนการเลือกทีมชนะทั่วไปหรือไม่?
แม้ทั้งสองรูปแบบจะให้ผลชนะเมื่อทีมที่เลือกเป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตัดสินเหมือนกันทุกกรณี ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ ผลเสมอ ตลาด 1X2 แยกผลเสมอเป็นตัวเลือก X ขณะที่แฮนดิแคป 0 คืนเงินเดิมพันเมื่อการแข่งขันจบเสมอ
ดังนั้น แม้เลือกทีมเดียวกันและการแข่งขันจบด้วยสกอร์เดียวกัน ผลเดิมพันอาจต่างกันตามประเภทตลาดที่เลือก จึงควรตรวจชนิดตลาดก่อนดูผลของบิล
เข้าใจว่าเส้น 0 ไม่มีความเสี่ยง
การได้รับเงินคืนเมื่อเสมอไม่ได้หมายความว่าตลาดนี้ไม่มีความเสี่ยง เพราะหากทีมที่เลือกแพ้ เงินเดิมพันยังสูญเสียได้เต็มจำนวน นอกจากนี้ การคืนเงินเมื่อเสมอไม่ได้แปลว่าอัตราจ่ายของเส้น 0 จะเท่ากับตลาดอื่น ผู้ใช้ต้องแยกเงื่อนไขการตัดสินผลออกจากอัตราต่อรองที่ปรากฏในแต่ละตลาด
Checklist ก่อนสรุปผลบิล
ก่อนสรุปว่ารายการเดิมพันถูกตัดสินถูกต้องหรือไม่ ควรตรวจตามลำดับดังนี้
- ตรวจว่ารายการเป็นตลาดแฮนดิแคปเส้น 0
- ตรวจช่วงเวลาที่ใช้ตัดสินผล
- ตรวจว่าบิลเลือกทีมใด
- เทียบผลการแข่งขันกับทีมที่เลือก
- หากเสมอ ตรวจว่าได้รับเงินเดิมพันคืน
- หากชนะ จึงตรวจค่าน้ำและยอดรับ
- หากผลในบิลไม่ตรงกับที่คาด ให้ตรวจชื่อและกติกาของตลาดอีกครั้ง
การที่ผลเสมอได้รับเงินเดิมพันคืน ไม่ได้หมายความว่าเส้น 0 ไม่มีความเสี่ยง เพราะหากทีมที่เลือกแพ้ เงินเดิมพันของรายการนั้นยังสูญเสียได้ ส่วนค่าน้ำใช้สำหรับคำนวณยอดรับเมื่อชนะ ไม่ได้เป็นสิ่งรับประกันว่าทีมใดจะชนะการแข่งขัน
วิธีจำที่ช่วยแยกผลได้ง่ายคือ “ชนะรับตามค่าน้ำ เสมอรับเงินเดิมพันคืน แพ้เสียเดิมพัน” จากนั้นจึงตรวจทีมที่เลือก ผลการแข่งขัน และรายละเอียดในบิลอีกครั้ง
ไม่ว่าหน้าบิลจะใช้คำว่าแฮนดิแคป 0 (Handicap 0), เอเชียนแฮนดิแคป 0 หรือคำเรียกที่มีความหมายเดียวกัน สิ่งสำคัญคือการตรวจเงื่อนไขการตัดสินของตลาด ไม่ควรพิจารณาจากชื่อเรียกเพียงอย่างเดียว
มุมมองผู้เขียน ทำไมต้องตรวจสถานะคืนเงินก่อนดูยอดรับ?
สำหรับการอ่านราคาบอล 0 ข้อผิดพลาดที่พบได้ง่ายคือการนำยอดเงินหลังจบการแข่งขันมาตีความเป็นผลชนะ โดยไม่ได้ตรวจสถานะรายการก่อน ในความเป็นจริง ยอดรับเท่ากับเงินเดิมพันเดิมอาจเกิดจากการคืนเงิน ไม่ใช่การชนะเดิมพัน จึงควรตรวจผลการแข่งขันและสถานะ Settlement ควบคู่กัน
ผู้เขียนแนะนำให้ยึดลำดับ Market → Period → Selection → Handicap 0 → Match Result → Settlement เป็นหลัก เพราะช่วยแยกได้ว่าผลที่เกิดขึ้นเป็นการชนะ คืนเงิน หรือแพ้ตามเงื่อนไขของตลาด
ตัวอย่างเช่น หากเลือกทีม A ราคา 0 เดิมพัน 500 บาท แล้วการแข่งขันจบ 1-1 ระบบคืนเงิน 500 บาท ผลดังกล่าวคือ Push หรือการคืนเงินเดิมพัน ไม่ใช่กำไร 500 บาท การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้ตรวจสอบบิลได้ถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ค่าน้ำหรือความได้เปรียบของทีมมาคาดเดาสถานะเดิมพัน
สรุปราคาบอล 0 และกลับไปดูภาพรวมราคาฟุตบอล
ราคาบอล 0 ใช้หลักการตัดสินที่ตรงไปตรงมา คือ ทีมที่เลือกชนะ เดิมพันชนะ หากเสมอคืนเงินเดิมพัน และหากแพ้ก็แพ้เดิมพัน โดยไม่มีการเพิ่มหรือลดประตูให้ฝ่ายใดก่อนตัดสินผล ตามหลักของแฮนดิแคป 0
สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ แต้มต่อใช้กำหนดวิธีตัดสินผล ส่วนค่าน้ำใช้คำนวณยอดรับเมื่อชนะ หากการแข่งขันจบเสมอ จึงไม่ต้องนำค่าน้ำมาคำนวณกำไร แต่ให้ตรวจว่าได้รับเงินเดิมพันเดิมคืนถูกต้องหรือไม่
ก่อนสรุปผลควรตรวจประเภทตลาด ช่วงเวลาที่ใช้ตัดสิน ทีมที่เลือก และสถานะ Settlement เพื่อป้องกันการนำผลการแข่งขันหรือยอดเงินไปตีความผิด
หากต้องการดูภาพรวมของเส้นแต้มต่อและตลาดประเภทอื่น สามารถอ่าน ราคาฟุตบอล เพื่อเลือกหัวข้อที่ตรงกับราคาที่ต้องการตรวจ
การเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ
การเดิมพันมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงิน ควรกำหนดงบที่ยอมรับการสูญเสียได้ ไม่ใช้เงินจำเป็น ไม่ไล่ตามทุน และหยุดพักเมื่อควบคุมการเล่นไม่ได้
เนื้อหานี้สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น และผู้ใช้ควรตรวจสอบกฎหมายกับข้อจำกัดในพื้นที่ของตนเอง เนื้อหานี้จัดทำเพื่ออธิบายความหมายและหลักการตัดสินผลของตลาด Asian Handicap 0 ไม่ใช่คำแนะนำให้เดิมพันหรือการรับประกันผลตอบแทน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเส้น 0
Q1: ราคาบอล 0 ถ้าเสมอเสียเงินเดิมพันไหม?
ไม่ หากการแข่งขันจบเสมอภายในช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด เงินเดิมพันของรายการจะถูกคืนตามหลักของเอเชียนแฮนดิแคป 0 ไม่ถือว่าเป็นผลแพ้
Q2: เสมอแล้วได้ค่าน้ำไหม?
ไม่ได้ เพราะการคืนเงินหมายถึงได้รับเงินเดิมพันเดิมกลับ ไม่ใช่การตัดสินเป็นชนะ จึงไม่มีการนำค่าน้ำมาคำนวณกำไร
Q3: ถ้าทีมที่เลือกชนะหนึ่งประตูถือว่าชนะหรือไม่?
ถือว่าชนะเดิมพัน เพราะเส้น 0 ไม่มีประตูแต้มต่อที่ต้องนำมาหักออก หากทีมที่เลือกเป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน ผลเดิมพันก็เป็นชนะ ไม่ว่าจะชนะด้วยผลต่างหนึ่งประตูหรือมากกว่านั้น
Q4: เส้น 0 เหมือน Draw No Bet หรือไม่?
ในหลักการตัดสินผลเหมือนกัน โดย Pinnacle อธิบายว่า Draw No Bet สามารถแสดงเป็นแฮนดิแคป 0 (Handicap 0) ขณะที่ Smarkets อธิบายว่าเอเชียนแฮนดิแคประดับ 0 จะคืนเงินเดิมพันเมื่อการแข่งขันจบเสมอ[1][2]
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจช่วงเวลาที่ตลาดกำหนดและเงื่อนไขการตัดสินของผู้ให้บริการด้วย
Q5: ทำไมเสมอแล้วได้เงินกลับมาเท่ากับยอดเดิมพัน?
เพราะผลเสมอไม่ได้ถูกตัดสินเป็นชนะหรือแพ้ เงินเดิมพันจึงถูกคืน เช่น เดิมพัน 1,000 บาท เมื่อเกมจบเสมอ ยอดที่ได้รับคืนคือ 1,000 บาท โดยไม่นำค่าน้ำมาคูณเพิ่ม
Q6: ราคาบอล 0 ถ้าทีมที่เลือกแพ้จะได้เงินคืนไหม?
ไม่ได้คืนตามเงื่อนไขการตัดสินปกติของแฮนดิแคป 0 เพราะการคืนเงินเกิดขึ้นเมื่อผลการแข่งขันเสมอเท่านั้น ส่วนกรณีทีมที่เลือกแพ้จะถูกตัดสินเป็นแพ้เดิมพัน
Q7: ถ้าต้องการดูเส้นราคาอื่นต่อควรอ่านที่ไหน?
หากต้องการศึกษาความหมายของเส้นถัดไป สามารถอ่าน ราคาบอล 2 ได้ โดยหน้านี้เน้นอธิบายเฉพาะเส้น 0 เพื่อให้แยกวิธีตัดสินของแต่ละราคาได้ชัดเจน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
[1] Smarkets Help Centre — What is Asian Handicap betting?
ใช้อ้างอิงหลักการเอเชียนแฮนดิแคประดับ 0 ที่ทั้งสองทีมเริ่มต้นด้วย 0 ประตู และกรณีการแข่งขันเสมอแล้วคืนเงินเดิมพัน
เว็บไซต์: Smarkets — What is Asian Handicap betting?
[2] Pinnacle — Bets & Sports Offered / Draw No Bet
ใช้อ้างอิงหลักการ Draw No Bet ที่สามารถแสดงเป็นแฮนดิแคป 0 (Handicap 0) และกรณีเสมอแล้วคืนเงินเดิมพัน
เว็บไซต์: Pinnacle — Bets & Sports Offered
[3] Smarkets Help Centre — What is 1X2 betting?
ใช้อ้างอิงความแตกต่างของตลาด 1X2 ซึ่งแยกผลเจ้าบ้านชนะ เสมอ และทีมเยือนชนะออกจากกัน
เว็บไซต์: Smarkets — What is 1X2 betting?
[4] Smarkets Help Centre — Football Rules
ใช้อ้างอิงหลักการตัดสินเอเชียนแฮนดิแคปแบบจำนวนเต็ม เมื่อผลหลังคิดแต้มต่อออกมาเสมอกัน รายการเดิมพันจะถูกยกเลิกและคืนเงินเดิมพัน
เว็บไซต์: Smarkets — Football Rules