ราคาบอล 1.5 หรือที่เรียกว่า ราคาลูกครึ่ง หมายถึงแต้มต่อ 1.5 ประตูในตลาด Asian Handicap ซึ่งใช้ผลต่างประตูของการแข่งขันเป็นเกณฑ์ตัดสินผลเดิมพัน โดยทีมต่อ -1.5 ต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตู ส่วนทีมรอง +1.5 สามารถแพ้การแข่งขันจริงเพียง 1 ประตูและยังชนะเดิมพันได้
สิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นอ่านราคาฟุตบอลคือ ต้องแยกระหว่าง ผลการแข่งขันจริง แต้มต่อ และค่าน้ำ เพราะข้อมูลทั้งสามส่วนทำหน้าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะแต้มต่อ 1.5 ที่ไม่มีกรณีคืนทุนจากผลต่างประตูเท่ากับเส้นเดิมพันพอดี
บทความนี้จะอธิบายความหมายของราคาบอล 1.5 เงื่อนไขของทีมต่อและทีมรอง พร้อมตัวอย่างผลการแข่งขันที่ชนะห่างหนึ่งหรือสองประตู เพื่อให้สามารถตรวจสอบผลเดิมพันตามเงื่อนไขของตลาดได้อย่างถูกต้อง
ราคาบอล 1.5 คืออะไร และใช้ตัดสินผลอย่างไร?
ราคาบอล 1.5 เป็นเส้นแต้มต่อในตลาด Asian Handicap ที่กำหนดให้ทีมหนึ่งเป็น ทีมต่อ -1.5 และอีกทีมเป็น ทีมรอง +1.5 โดยใช้ผลต่างประตูหลังสิ้นสุดช่วงเวลาการแข่งขันที่ตลาดกำหนดเป็นเกณฑ์ตัดสิน
ความหมายสำคัญคือ ทีมต่อไม่สามารถชนะเดิมพันได้จากการชนะการแข่งขันเพียงหนึ่งประตู แต่ต้องชนะห่างอย่างน้อยสองประตู ขณะที่ทีมรองได้รับแต้มต่อ 1.5 ประตู จึงสามารถแพ้จริงหนึ่งประตูและยังชนะเดิมพัน
|
ฝั่งที่เลือก |
เงื่อนไขตัดสิน |
ผลเดิมพัน |
|
ทีมต่อ -1.5 |
ชนะห่างตั้งแต่ 2 ประตู |
ชนะเต็ม |
|
ทีมต่อ -1.5 |
ชนะห่าง 1 ประตู เสมอ หรือแพ้ |
แพ้เต็ม |
|
ทีมรอง +1.5 |
ชนะ เสมอ หรือแพ้ห่าง 1 ประตู |
ชนะเต็ม |
|
ทีมรอง +1.5 |
แพ้ห่างตั้งแต่ 2 ประตู |
แพ้เต็ม |
ดังนั้น การอ่านราคาลูกครึ่งต้องพิจารณาว่า ทีมที่เลือกมีผลต่างประตูผ่านเงื่อนไขของแต้มต่อหรือไม่ ไม่ใช่ดูเพียงชื่อทีมที่ชนะการแข่งขัน
ทำไมราคา 1.5 จึงไม่มีผลเสมอจากแต้มต่อ?
ผลต่างประตูของการแข่งขันฟุตบอลเป็นจำนวนเต็ม เช่น 0, 1, 2 หรือ 3 ประตู แต่เส้นแต้มต่อ 1.5 อยู่ระหว่างผลต่างหนึ่งกับสองประตู จึงไม่มีผลการแข่งขันที่ทำให้ผลต่างประตูเท่ากับ 1.5 พอดี
ด้วยเหตุนี้ การตัดสินผลตามเส้นแฮนดิแคป 1.5 จึงมีเพียงชนะเต็มหรือแพ้เต็ม ไม่มีการคืนทุนจากการเสมอแต้มต่อ และไม่มีการได้ครึ่งหรือเสียครึ่งจากโครงสร้างของเส้นนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีการแข่งขันถูกยกเลิก เลื่อน หรือมีเงื่อนไขพิเศษของตลาด อาจมีการตัดสินเป็นโมฆะหรือคืนเงินตามกติกาของผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการคืนทุนจากแต้มต่อ
ขอบเขตของราคาบอล 1.5 ที่ควรเข้าใจ
บทความนี้เน้นเฉพาะการอธิบาย แต้มต่อ 1.5 ประตู โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างทีมต่อ ทีมรอง และผลต่างประตู เพื่อให้เข้าใจหลักการตัดสินผลของราคาอย่างถูกต้อง โดยไม่ขยายรายละเอียดไปยังแต้มต่อเลขอื่น ข้อมูลหลักที่ต้องพิจารณามีสามส่วน ได้แก่
ทีมต่อ -1.5 หมายถึงอะไร?
ทีมต่อคือทีมที่ถูกหักแต้มต่อ 1.5 ประตูเมื่อใช้พิจารณาผลเดิมพัน จึงต้องชนะการแข่งขันด้วยผลต่างอย่างน้อยสองประตู ตัวอย่างเช่น ทีม A ต่อ -1.5 หากชนะ 2-0 ถือว่าชนะเดิมพัน แต่หากชนะ 1-0 แม้จะเป็นผู้ชนะการแข่งขันจริงก็ยังแพ้เดิมพัน
ทีมรอง +1.5 หมายถึงอะไร?
ทีมรองคือทีมที่ได้รับแต้มต่อ 1.5 ประตู ทำให้สามารถแพ้การแข่งขันจริงหนึ่งประตูและยังชนะเดิมพันได้ ตัวอย่างเช่น ทีม B รอง +1.5 หากแพ้ 0-1 ยังถือว่าชนะเดิมพัน แต่หากแพ้ 0-2 จะกลายเป็นแพ้เดิมพัน เพราะผลต่างประตูเกินเงื่อนไขของแต้มต่อ
ผลต่างประตูมีความสำคัญอย่างไร?
ผลต่างประตูคือจำนวนประตูที่ทั้งสองทีมทำได้แตกต่างกัน โดยนำจำนวนประตูของทีมหนึ่งลบด้วยจำนวนประตูของอีกทีมหนึ่ง สำหรับราคา 1.5 จุดตัดที่สำคัญคือ ผลต่าง 1 ประตู กับผลต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป เพราะทำให้ผลเดิมพันของทีมต่อและทีมรองเปลี่ยนทันที
วิธีอ่านราคาบอล 1.5 จากฝั่งทีมต่อและทีมรอง

วิธีอ่านราคาบอล 1.5 ที่ชัดเจนที่สุดคือ เริ่มจากตรวจสอบทีมที่เลือกและเครื่องหมายของแต้มต่อ จากนั้นจึงเปรียบเทียบกับผลต่างประตูเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาของตลาด
กรณีเลือกทีมต่อ -1.5
ทีมต่อ -1.5 ต้องชนะการแข่งขันด้วยผลต่างอย่างน้อยสองประตู จึงจะชนะเดิมพัน สมมติเลือกทีม A ต่อ -1.5 ผลการเดิมพันจะเป็นดังนี้
|
ผลการแข่งขัน |
ผลต่างของทีม A |
ผลเดิมพันต่อ -1.5 |
|
ทีม A ชนะ 2-0 |
+2 |
ชนะเต็ม |
|
ทีม A ชนะ 3-1 |
+2 |
ชนะเต็ม |
|
ทีม A ชนะ 3-0 |
+3 |
ชนะเต็ม |
|
ทีม A ชนะ 1-0 |
+1 |
แพ้เต็ม |
|
ทีม A ชนะ 2-1 |
+1 |
แพ้เต็ม |
|
ทีม A เสมอ 1-1 |
0 |
แพ้เต็ม |
|
ทีม A แพ้ 0-1 |
-1 |
แพ้เต็ม |
จากตารางจะเห็นว่า แม้ทีม A จะชนะการแข่งขันด้วยสกอร์ 1-0 หรือ 2-1 แต่ผลต่างเพียงหนึ่งประตูยังไม่เพียงพอสำหรับแต้มต่อ -1.5
กรณีเลือกทีมรอง +1.5
ทีมรอง +1.5 สามารถชนะ เสมอ หรือแพ้จริงไม่เกินหนึ่งประตู และยังชนะเดิมพันได้ สมมติเลือกทีม B รอง +1.5 ผลการเดิมพันจะเป็นดังนี้
| ผลการแข่งขันของทีม B | ผลต่างของทีม B |
ผลเดิมพันรอง +1.5 |
|
ชนะ 1-0 |
+1 |
ชนะเต็ม |
| เสมอ 0-0 | 0 |
ชนะเต็ม |
|
แพ้ 0-1 |
-1 |
ชนะเต็ม |
| แพ้ 1-2 | -1 |
ชนะเต็ม |
|
แพ้ 0-2 |
-2 |
แพ้เต็ม |
|
แพ้ 1-3 |
-2 |
แพ้เต็ม |
ดังนั้น ฝั่งรองไม่จำเป็นต้องชนะการแข่งขันจริงเสมอไป แต่ต้องมีผลต่างประตูอยู่ภายในเงื่อนไขของแต้มต่อ +1.5
ตัวอย่างราคาบอล 1.5 เมื่อทีมต่อชนะหนึ่งหรือสองประตู

ความแตกต่างสำคัญที่สุดของราคา 1.5 คือการเปรียบเทียบระหว่างทีมต่อที่ชนะห่างหนึ่งประตู กับทีมต่อที่ชนะห่างสองประตู ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผลเดิมพันเปลี่ยนจากแพ้เป็นชนะ
ทีมต่อชนะหนึ่งประตู ผลเดิมพันเป็นอย่างไร?
สมมติทีม A ต่อ -1.5 และทีม B รอง +1.5 โดยการแข่งขันจบด้วยสกอร์ 2-1
ผลต่างประตูของทีม A คือ
2-1=1
เมื่อนำแต้มต่อมาพิจารณา
1-1.5=-0.5
ผลลัพธ์ติดลบ แสดงว่าทีม A ไม่ผ่านเงื่อนไขของแต้มต่อ -1.5 จึงแพ้เดิมพัน แม้จะชนะการแข่งขันจริง ในทางกลับกัน ทีม B รอง +1.5 จะชนะเดิมพัน เพราะแพ้การแข่งขันเพียงหนึ่งประตู
ทีมต่อชนะสองประตู ผลเดิมพันเป็นอย่างไร?
สมมติทีม A ต่อ -1.5 และการแข่งขันจบด้วยสกอร์ 3-1
ผลต่างประตูของทีม A คือ
3-1=2
เมื่อนำแต้มต่อมาพิจารณา
2-1.5=+0.5
ผลลัพธ์เป็นบวก แสดงว่าทีม A ผ่านเงื่อนไขของแต้มต่อ -1.5 จึงชนะเดิมพัน
ขณะที่ทีม B รอง +1.5 จะแพ้เดิมพัน เนื่องจากแพ้การแข่งขันจริงด้วยผลต่างสองประตู
ตารางสรุปจุดตัดของราคา 1.5
| ผลการแข่งขันของทีมต่อ | ต่อ -1.5 |
รอง +1.5 |
|
ชนะห่าง 3 ประตูขึ้นไป |
ชนะเต็ม |
แพ้เต็ม |
|
ชนะห่าง 2 ประตู |
ชนะเต็ม |
แพ้เต็ม |
|
ชนะห่าง 1 ประตู |
แพ้เต็ม |
ชนะเต็ม |
|
เสมอ |
แพ้เต็ม |
ชนะเต็ม |
|
แพ้การแข่งขัน |
แพ้เต็ม |
ชนะเต็ม |
ตารางนี้แสดงให้เห็นว่า ผลการแข่งขันจริงกับผลการเดิมพันตามแต้มต่อเป็นคนละเงื่อนไข และไม่สามารถนำมาใช้แทนกันได้
ตัวอย่างคู่แข่งขันจริงที่มีผลต่างหนึ่งและสองประตู
|
ข้อมูล |
คู่จริงที่ 1 |
คู่จริงที่ 2 |
| คู่แข่งขัน | ระบุชื่อทีมจริง |
ระบุชื่อทีมจริง |
|
วันที่แข่งขัน |
ระบุวันที่ |
ระบุวันที่ |
|
ผลการแข่งขัน |
ชนะห่าง 1 ประตู |
ชนะห่าง 2 ประตู |
|
สมมติฝั่งต่อ -1.5 |
แพ้เต็ม |
ชนะเต็ม |
|
สมมติฝั่งรอง +1.5 |
ชนะเต็ม |
แพ้เต็ม |
จากตัวอย่างการแข่งขันจริงทั้งสองกรณี จะเห็นว่าแม้ทีมต่อจะชนะการแข่งขันเหมือนกัน แต่ผลต่างประตูเป็นตัวกำหนดผลเดิมพันที่เส้น 1.5 โดยการชนะห่างหนึ่งประตูยังไม่ผ่านเงื่อนไข -1.5 ขณะที่การชนะห่างสองประตูถือว่าผ่านเงื่อนไขดังกล่าว
หมายเหตุว่า “ผลการแข่งขันเป็นข้อมูลจริง ส่วนแต้มต่อ 1.5 เป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายการตัดสินผล ไม่ใช่การยืนยันราคาเดิมพันที่เปิดจริง”
แต้มต่อ 1.5 กับค่าน้ำแตกต่างกันอย่างไร?
แต้มต่อและค่าน้ำเป็นข้อมูลคนละประเภท แม้จะปรากฏอยู่ในตารางราคาฟุตบอลเดียวกันก็ตาม
แต้มต่อ 1.5 เป็นตัวเลขที่กำหนดเงื่อนไขด้านผลต่างประตู ส่วน ค่าน้ำหรืออัตราต่อรอง เป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการคำนวณผลตอบแทนของการเดิมพัน
|
ข้อมูล |
หน้าที่ |
ตัวอย่าง |
|
Handicap Line |
กำหนดเงื่อนไขผลต่างประตู |
-1.5 / +1.5 |
|
Selection |
ระบุทีมที่เลือก |
ทีม A / ทีม B |
|
Odds |
กำหนดอัตราผลตอบแทน |
1.90 |
|
Final Score |
ใช้ตรวจผลการแข่งขัน |
2-0 |
|
Settlement |
สถานะตัดสินเดิมพัน | ชนะเต็ม / แพ้เต็ม |
ตัวอย่างเช่น หากตารางแสดงทีม A ต่อ -1.5 และอัตราต่อรองแบบ Decimal 1.90 ตัวเลข -1.5 เป็นเงื่อนไขด้านประตู ส่วน 1.90 เป็นอัตราต่อรอง ไม่ได้หมายความว่าทีม A ต้องชนะ 1.90 ประตู
ดังนั้น เมื่อต้องการทราบว่าฝั่งที่เลือกชนะหรือแพ้เดิมพัน ควรตรวจแต้มต่อและผลต่างประตูก่อน แล้วจึงพิจารณาค่าน้ำเมื่อต้องการตรวจสอบจำนวนเงินที่ได้รับตามเงื่อนไข
ตัวอย่างการตัดสินราคาบอล 1.5 จากผลต่างประตู
เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน สมมติการแข่งขันระหว่างทีม A และทีม B โดยทีม A เป็นต่อ -1.5 และทีม B เป็นรอง +1.5 หากทีม A ชนะ 1-0 ผลต่างประตูเท่ากับหนึ่งประตู ฝั่งต่อจึงแพ้เดิมพัน แต่หากทีม A ชนะ 2-0 ผลต่างประตูเพิ่มเป็นสองประตู ฝั่งต่อจะชนะเดิมพันทันที
| สถานการณ์ | ผลต่างประตู |
ผลของทีมต่อ -1.5 |
|
ทีม A ชนะ 1-0 |
1 |
แพ้เต็ม |
|
ทีม A ชนะ 2-0 |
2 |
ชนะเต็ม |
จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ทีมต่อเป็นผู้ชนะการแข่งขันหรือไม่ แต่อยู่ที่ผลต่างประตูผ่านเกณฑ์ 1.5 หรือไม่
หมายเหตุ: ตัวอย่างทั้งหมดเป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายการตัดสินแต้มต่อ ไม่ใช่ราคาสด การคาดการณ์ผล หรือคำแนะนำให้เลือกเดิมพันทีมใด
ข้อผิดพลาดและข้อจำกัดในการอ่านราคาบอล 1.5
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือการเห็นทีมต่อชนะการแข่งขันหนึ่งประตู แล้วสรุปว่าทีมต่อชนะเดิมพัน ทั้งที่เส้น -1.5 ต้องชนะห่างอย่างน้อยสองประตู
อีกข้อผิดพลาดคือการนำค่าน้ำมาใช้ตีความจำนวนประตูที่ต้องชนะ ทั้งที่แต้มต่อและค่าน้ำมีหน้าที่แตกต่างกัน
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนสรุปผลราคา 1.5
การตรวจสอบข้อมูลควรเรียงลำดับดังนี้
- Match: ตรวจสอบคู่แข่งขันให้ตรงกับรายการ
- Market: ยืนยันว่าเป็นตลาด Asian Handicap
- Period: ตรวจสอบว่าตลาดใช้ผลเต็มเวลา ครึ่งแรก หรือช่วงเวลาใด
- Selection: ระบุทีมที่เลือกให้ถูกต้อง
- Handicap Line: ตรวจเครื่องหมาย -1.5 หรือ +1.5
- Final Score & Settlement: ใช้ผลการแข่งขันของช่วงเวลาที่ตลาดกำหนดตรวจสถานะเดิมพัน
หากเป็นการเดิมพันก่อนเริ่มแข่งขันหรือระหว่างแข่งขัน ควรตรวจข้อมูลที่แสดงบนรายการยืนยันให้ตรงกับตลาดที่ตั้งใจเลือก โดยเฉพาะแต้มต่อและอัตราต่อรองที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
หลักการนี้สอดคล้องกับความสำคัญของการเปิดเผยเงื่อนไขอย่างชัดเจนและเป็นธรรมตามแนวทางของ UK Gambling Commission¹ รวมถึงมาตรฐานด้านการแจ้งข้อมูลในการเดิมพันระหว่างแข่งขัน[2]
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเส้นแต้มต่อใกล้เคียง สามารถอ่านบทความ ราคาบอล 1.25 แยกต่างหากได้ โดยหน้านี้จะคงขอบเขตเฉพาะราคา 1.5 เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างรูปแบบการตัดสินผล
สรุปราคาบอล 1.5 ต้องดูผลต่างประตูเป็นหลัก
ราคาบอล 1.5 หรือราคาลูกครึ่ง เป็นเส้นแฮนดิแคปที่มีจุดตัดสำคัญอยู่ระหว่างผลต่างหนึ่งประตูกับสองประตู โดยทีมต่อ -1.5 ต้องชนะห่างอย่างน้อยสองประตูจึงชนะเดิมพัน ขณะที่ทีมรอง +1.5 สามารถแพ้หนึ่งประตูและยังชนะเดิมพันได้
การอ่านราคาอย่างถูกต้องควรแยกทีมต่อ ทีมรอง แต้มต่อ ค่าน้ำ และผลต่างประตูออกจากกัน พร้อมตรวจสอบช่วงเวลาของตลาดและเงื่อนไขการตัดสินผลทุกครั้ง หากต้องการศึกษาโครงสร้างเส้นราคาและตลาดประเภทอื่นเพิ่มเติม สามารถกลับไปยังหน้าหลัก ราคาฟุตบอล เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของตารางราคาและความแตกต่างของแต่ละตลาด
Responsible Gambling การพนันอย่างรับผิดชอบ
การพนันมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงิน ควรกำหนดขีดจำกัดงบประมาณที่เหมาะสม ใช้เฉพาะเงินที่สามารถยอมรับการสูญเสียได้ และไม่ควรนำเงินที่จำเป็นต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมาใช้เดิมพัน
ไม่ควรเพิ่มวงเงินเพื่อไล่ตามเงินที่สูญเสีย และควรหยุดพักเมื่อเริ่มควบคุมค่าใช้จ่ายหรือพฤติกรรมการเดิมพันไม่ได้ โดยแนวทางการกำหนดขีดจำกัดทางการเงินสามารถศึกษาเพิ่มเติมจากมาตรฐานของ UK Gambling Commission[3]
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายข้อมูลสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนหรือการรับประกันผลตอบแทน และควรตรวจสอบกฎหมายรวมถึงข้อจำกัดที่ใช้บังคับในพื้นที่ของตนเอง
มุมมองของผู้เขียนเกี่ยวกับราคาบอล 1.5
สำหรับราคาบอล 1.5 ผู้เขียนมองว่าจุดที่ผู้อ่านควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เส้นแบ่งระหว่างผลต่างหนึ่งประตูกับตั้งแต่สองประตูขึ้นไป เพราะเป็นจุดที่ทำให้ผลเดิมพันเปลี่ยน แม้ทีมต่อจะชนะการแข่งขันจริงเหมือนกันทั้งสองกรณี
ตัวอย่างเช่น ทีมต่อ -1.5 ชนะ 2-1 ถือว่าชนะการแข่งขัน แต่แพ้เดิมพัน เนื่องจากผลต่างเพียงหนึ่งประตู ขณะที่การชนะ 3-1 มีผลต่างสองประตู จึงผ่านเงื่อนไขของแต้มต่อ -1.5
ในมุมมองของผู้เขียน วิธีลดความผิดพลาดในการอ่านราคาลูกครึ่งคือ ไม่เริ่มจากการดูผลแพ้ชนะเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจทีมที่เลือก เครื่องหมายแต้มต่อ และช่วงเวลาของตลาดก่อนนำผลต่างประตูมาพิจารณา
ลำดับที่เหมาะสมคือ ทีมที่เลือก → แต้มต่อ -1.5/+1.5 → ช่วงเวลาตลาด → ผลต่างประตู → ผลเดิมพัน ซึ่งช่วยแยกผลฟุตบอลจริงออกจากผลตามเงื่อนไขแฮนดิแคปได้ชัดเจนขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาบอล 1.5 (FAQ)
Q1: ราคาบอล 1.5 คืออะไร?
ราคาบอล 1.5 คือแต้มต่อหนึ่งลูกครึ่งในตลาด Asian Handicap โดยทีมต่อ -1.5 ต้องชนะห่างอย่างน้อยสองประตูจึงชนะเดิมพัน ส่วนทีมรอง +1.5 สามารถแพ้จริงหนึ่งประตูและยังชนะเดิมพันได้
Q2: ต่อ 1.5 ชนะหนึ่งลูกได้ไหม?
หากหมายถึงผลการแข่งขันจริง ทีมต่อสามารถชนะหนึ่งประตูได้ แต่การเดิมพันฝั่งต่อ -1.5 จะถือว่าแพ้เดิมพัน เพราะผลต่างยังไม่ถึงสองประตู
Q3: ต่อ 1.5 ต้องชนะกี่ลูก?
ทีมต่อ -1.5 ต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อยสองประตู เช่น 2-0, 3-1 หรือ 4-2 จึงจะชนะเดิมพัน
Q4: รอง 1.5 แพ้หนึ่งลูกเสียไหม?
ไม่เสียตามเงื่อนไขของแต้มต่อ +1.5 หากทีมรองแพ้การแข่งขันจริงเพียงหนึ่งประตู ฝั่งรองยังถือว่าชนะเดิมพัน
Q5: ราคา 1.5 มีกรณีคืนทุนจากแต้มต่อหรือไม่?
ไม่มีกรณีคืนทุนจากผลต่างประตูเท่ากับแต้มต่อ เพราะผลต่างประตูเป็นจำนวนเต็ม จึงไม่สามารถเท่ากับ 1.5 พอดีได้ อย่างไรก็ตาม การคืนเงินจากเหตุการณ์พิเศษ เช่น ตลาดถูกยกเลิก ต้องพิจารณาตามกติกาของผู้ให้บริการแยกต่างหาก
References
- UK Gambling Commission. Licence Conditions and Codes of Practice (LCCP) — Fair and Open Provisions. แนวทางเรื่องเงื่อนไขที่เป็นธรรมและโปร่งใส ดูแหล่งอ้างอิง
- UK Gambling Commission. Remote Gambling and Software Technical Standards — RTS 15: In-play Betting. มาตรฐานเกี่ยวกับการให้ข้อมูลและการเดิมพันระหว่างแข่งขัน ดูแหล่งอ้างอิง
- UK Gambling Commission. Remote Gambling and Software Technical Standards — RTS 12: Financial Limits. มาตรฐานเกี่ยวกับการกำหนดขีดจำกัดทางการเงิน ดูแหล่งอ้างอิง